
“ภูเก็ต” อสังหาฯ แชมป์ภูมิภาค มูลค่ารอขาย 1.76 แสนล้าน
“ภูเก็ต” อสังหาฯ แชมป์ภูมิภาค มูลค่ารอขาย 1.76 แสนล้าน “ถลาง” ทำเลทองรับต่างชาติ–Long Stay
“ภูเก็ต” ครองแชมป์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูมิภาค มูลค่าหน่วยขายเข้าสู่ตลาดปี 2569 แตะ 1.76 แสนล้านบาท สูงสุดใน 76 จังหวัดภูมิภาค ขณะที่ทั้งเกาะมีอสังหาฯ 8.06 แสนหน่วย มูลค่ารวม 7.05 แสนล้านบาท ขายแล้ว 85% ด้าน “ถลาง” ผงาดศูนย์กลางลงทุนแห่งใหม่ รับแรงซื้อวิลล่า–คอนโดตากอากาศจากต่างชาติและกลุ่ม Long Stay
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส และนายกสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์สากล เปิดเผยผลสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตปี 2569 ภายหลังการสัมมนาเรื่อง “Leasehold vs Sap Ing Sit & 3 MB LongStay Visa” ณ โรงแรมเพิร์ล ภูเก็ต ว่า ภูเก็ตยังเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มจังหวัดภูมิภาค จากแรงหนุนของภาคการท่องเที่ยวและกำลังซื้อจากต่างชาติ
ผลสำรวจระบุว่า ปี 2569 ภูเก็ตมีหน่วยที่อยู่อาศัยเข้าสู่ตลาดรวม 13,779 หน่วย มูลค่า 176,538 ล้านบาท สูงที่สุดในบรรดา 76 จังหวัดภูมิภาค โดยมีมูลค่าสูงกว่าชลบุรี 151,822 ล้านบาท ระยอง 51,453 ล้านบาท และเชียงใหม่ 49,303 ล้านบาท
หากพิจารณาในด้านจำนวนหน่วย ภูเก็ตอยู่ในอันดับ 2 มีหน่วยขาย 13,779 หน่วย รองจากชลบุรี 37,628 หน่วย และระยอง 19,209 หน่วย แต่มี ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยสูงถึง 12.812 ล้านบาท สะท้อนโครงสร้างตลาดที่เน้นสินค้าระดับกลางถึงบน แตกต่างจากตลาดจังหวัดอุตสาหกรรมที่มีสินค้าราคาเฉลี่ยต่ำกว่า
ตลาดทั้งเกาะ 7.05 แสนล้าน ขายแล้ว 85%
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตปัจจุบัน มีโครงการที่ยังมีหน่วยเหลือขายรวม 806 โครงการ 90,597 หน่วย มูลค่ารวม 705,055 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมือง กะทู้ และถลาง
ในจำนวนดังกล่าวขายไปแล้ว 76,582 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 527,777 ล้านบาท หรือประมาณ 85% ของจำนวนหน่วยทั้งหมด ขณะที่อัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5.2% ต่อเดือน ทำให้ประเมินว่า หากไม่มีโครงการใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มเติม สินค้าที่มีอยู่จะใช้เวลาประมาณ 19.2 เดือนจึงขายหมด
อำเภอถลางเป็นพื้นที่ที่มีโครงการมากที่สุด 411 โครงการ ตามด้วยอำเภอเมือง 281 โครงการ และกะทู้ 84 โครงการ โดยเฉลี่ยแต่ละโครงการในภูเก็ตมีหน่วยขายประมาณ 112 หน่วย สะท้อนรูปแบบการพัฒนาโครงการขนาดไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ ซึ่งเฉลี่ยราว 250 หน่วยต่อโครงการ
วิลล่า–คอนโดตากอากาศครองตลาด 52%
โครงสร้างตลาดภูเก็ตมีความแตกต่างจากตลาดที่อยู่อาศัยทั่วไป โดยมีสินค้าเพื่อการพักผ่อนและรองรับชาวต่างชาติเป็นสัดส่วนสูง
วิลล่าตากอากาศ มีจำนวน 40,263 หน่วย หรือ 44% ของตลาด ขณะที่ อาคารชุดตากอากาศ มี 6,830 หน่วย หรือ 8% เมื่อรวมกันคิดเป็นประมาณ 52% ของหน่วยขายทั้งหมด
ส่วนตลาดที่เน้นผู้ซื้อคนไทย ได้แก่ อาคารชุดพักอาศัย 21,392 หน่วย หรือ 24% ทาวน์เฮาส์ 9,729 หน่วย บ้านแฝด 5,924 หน่วย และบ้านเดี่ยว 5,126 หน่วย
ในแง่มูลค่า จากตลาดรวม 705,055 ล้านบาท อาคารชุดตากอากาศมีมูลค่าสูงถึง 339,227 ล้านบาท ขณะที่วิลล่าตากอากาศมีมูลค่า 221,672 ล้านบาท รวมสองกลุ่มคิดเป็นประมาณ 80% ของมูลค่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตพึ่งพากำลังซื้อจากตลาดต่างประเทศในระดับสูง ขณะที่ตลาดสำหรับผู้ซื้อคนไทยมีขนาดเล็กกว่าและมีความเปราะบางมากกว่า
“ถลาง” ขึ้นแท่นศูนย์กลางอสังหาฯ แห่งใหม่
หนึ่งในประเด็นสำคัญของตลาดภูเก็ตคือการขยับตัวของศูนย์กลางการพัฒนา โดย อำเภอถลาง กลายเป็นพื้นที่ที่มีโครงการหนาแน่นที่สุด และเป็นทำเลหลักของตลาดวิลล่าและคอนโดตากอากาศ
เฉพาะถลางมีหน่วยอาคารชุดตากอากาศมากถึง 24,994 หน่วย หรือ 54% ของตลาดในอำเภอ คิดเป็นมูลค่า 236,807 ล้านบาท หรือ 53% ของมูลค่าทั้งหมดในพื้นที่
ทำเลสำคัญ ได้แก่ เชิงทะเล บางเทา ลายัน ศรีสุนทร และเทพกระษัตรี ซึ่งได้เปรียบทั้งด้านการเดินทางจากสนามบินนานาชาติภูเก็ต พื้นที่ราบที่รองรับการพัฒนาโครงการแนวราบขนาดใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์
นอกจากนี้ การมีโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวกระดับบนในพื้นที่บางเทา–เชิงทะเล รวมถึงโรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล และแหล่งไลฟ์สไตล์ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะนักท่องเที่ยว แต่รองรับกลุ่ม Expat และครอบครัวต่างชาติที่ต้องการย้ายเข้ามาพำนักระยะยาว
ต่างชาติเปลี่ยนพฤติกรรม จาก “เที่ยว” สู่ “อยู่”
ดร.โสภณระบุว่า โครงสร้างความต้องการของตลาดกำลังเปลี่ยนจากการซื้อเพื่อพักผ่อนตามฤดูกาล ไปสู่การใช้ภูเก็ตเป็น ศูนย์กลางการอยู่อาศัยและการลงทุนระยะยาวระดับนานาชาติ
กลุ่มผู้ซื้อสำคัญยังคงเป็นชาวรัสเซียและกลุ่มประเทศ CIS ขณะที่จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวันเริ่มกลับมามีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส รวมถึงกลุ่มตะวันออกกลางและอินเดีย มีบทบาทเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดวิลล่าหรูสำหรับครอบครัวและคอนโดเพื่อการลงทุน
อีกกลุ่มที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้นคือ Digital Nomads ผู้ประกอบการเทคโนโลยี และผู้มีรายได้สูงที่ทำงานทางไกล ซึ่งมองหาอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตในฐานะบ้านหลังที่สองและสถานที่สำหรับใช้ชีวิตควบคู่กับการทำงาน
วิลล่า 30–50 ล้านยังเป็นตลาดเด่น
สำหรับโครงการเปิดใหม่ในช่วงปี 2568–2569 พบว่ามีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยประมาณ 10 ล้านบาท โดยประมาณ 60% ของจำนวนโครงการใหม่เป็นวิลล่าตากอากาศ ซึ่งมีราคาเฉลี่ยราว 32 ล้านบาทต่อหน่วย ขณะที่หากนับจำนวนหน่วยที่พัฒนา อาคารชุดตากอากาศมีสัดส่วนประมาณ 60%
ด้านระดับราคาที่ได้รับความสนใจจากตลาดต่างชาติ วิลล่าตากอากาศช่วง 30–50 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าหลัก ขณะที่แนวโน้ม Branded Residences และโครงการที่ผสมผสานบริการแบบโรงแรมระดับ 5 ดาว รวมถึงโครงการที่เน้น Wellness และการใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพ มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน เมื่อราคาที่ดินและต้นทุนการพัฒนาในทำเลชายหาดฝั่งตะวันตกปรับตัวสูงขึ้น ผู้พัฒนาและผู้ซื้อเริ่มขยายไปยังพื้นที่รอบนอก เช่น ถลางตอนบน ศรีสุนทร ไม้ขาว ป่าคลอก และฉลอง
ตลาดท้องถิ่นยังต้องจับตา
แม้ภาพรวมตลาดภูเก็ตยังแข็งแกร่ง แต่ข้อมูลการขายรายเดือนสะท้อนความแตกต่างระหว่างสินค้าสำหรับตลาดต่างชาติและตลาดคนไทย โดยห้องชุดพักอาศัยขายได้เฉลี่ยประมาณ 8.1% ของหน่วยขายต่อเดือน ขณะที่อาคารชุดตากอากาศและวิลล่าตากอากาศอยู่ที่ประมาณ 4.9%
ส่วนบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ตึกแถว และที่ดินจัดสรร มีอัตราการขายเฉลี่ยเพียงประมาณ 3% ต่อเดือน สะท้อนความเปราะบางของกำลังซื้อในตลาดท้องถิ่น และเป็นปัจจัยที่ผู้พัฒนาโครงการที่เน้นกลุ่มคนไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สำหรับแนวโน้มระยะต่อไป ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตจึงมีแนวโน้มเดินหน้าในทิศทาง “เมืองท่องเที่ยวสู่เมืองอยู่อาศัยระดับนานาชาติ” โดยมีต่างชาติ กลุ่ม Long Stay นักลงทุน และผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ “ถลาง” มีโอกาสรักษาบทบาทเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตในระยะต่อไป
ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ ภูเก็ตโพสต์ สำหรับข้อมูล https://www.facebook.com/phuketpostnews?locale=th_TH
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ :
https://www.9progressproperty.com/
https://www.facebook.com/profile.php?id=61563302561787&locale=th_TH
https://www.youtube.com/@YooPhuket